กฎหมายแรงงาน 2 (สรุปข้อกฎหมายบางบท)

การเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน  เมื่อ ครบเกษียณอายุนายจ้างแล้วนายจ้างให้ลูกจ้างใช้สิทธิเกษียณอายุตนเองเมื่อใด ก็ได้โดยแจ้งให้นายจ้างทราบ เมื่อลูกจ้างแจ้งขอเกษียณอานุ จึงเป็นกรณีที่นายจ้างเลิกจ้าง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๗๓๒/๒๕๔๘)
                ๑๙.     นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น
                สัญญาจ้างแรงงานที่กำหนดการต่ออายุสัญญาได้(คำพิพากษาศาลฎีกาที่๑๘๐๔/๒๕๔๐)หรือที่กำหนดให้บอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้  (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๑๘๐/๒๕๔๒) หรือที่กำหนดเงื่อนไขที่จะตกลงจ้างกันต่อไปได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๗๖๗-๖๗๖๙/๒๕๔๒) มิใช้สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน
                ๒๐.    นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีใด ๖ กรณีตามมาตร
๑๑๙   () ถึง ()
                ()      ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
                ()     จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
                ()     ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
                ()     ฝ่าฝืน ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้าง อันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือ เว้นแต่กรณีที่ร้างแรง นายจ้างไม่จำเป็น
ต้องตักเตือน
                หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำความผิด
                () ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันควร
                () ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
                ในกรณี    ()   ถ้าเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุ โทษต้องเป็นกรณีที่เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
                นายจ้างที่ยกเลิกตามมาตรา ๑๑๙     () ถึง () ขึ้นอ้างเพื่อไม่จ่างค่าชดเชยแก่ลูกจ้างต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง  หรือได้แจ้งเหตุที่เลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบในขณะที่เลิกจ้าง
                ๒๑.    ใน กรณีที่นายจ้างไม่จ่ายเงินอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้
                ลูกจ้าง อาจไปฟ้องศาลแรงงานแทนการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานก็ได้หากลูกจ้าง เลือกที่จะใช้สิทธิทางใดแล้วก็ต้องดำเนินการในทาวนั้นจนสิ้นสุดกระบวนการ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๗๐/๒๕๔๕) ลุกจ้างนำกรณีเดียวกับที่ยื่นคำร้องไว้ต่อพนักงานตรวจแรงงานมมาฟ้องศาล ศาลย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาคำฟ้องนั้น (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๙๓๗-๑๙๕๔/๒๕๔๘)
                พนักงาน ตรวจแรงงานไม่มีอำนาจสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งกรณีที่นายจ้างไม่มีเบี้ย ขยัน ด้วยเหตุเบี้ยขยันไม่ใช่ค่าจ้างหรือเงินอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมายคุ้มครอง แรงงาน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๙๓๑๓-๙๙๗๖/๒๕๔๗)
                ๒๒.นายจ้างที่ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน อาจนำคดีไปสู่ศาลแรงงานได้โดยต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่ง
                นายจ้างนำเงินชดเชยมาวางศาลโดยมิได้นำดอกเบี้ยในค่าชดเชยที่คำนวณได้จนถึงวันฟ้องวางศาลด้วย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๖๑/๒๕๔๘)
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘
                มาตราต้องศึกษา   มาตรา ๕ (สภาพการจ้าง) ,๑๐,๑๓,๒๐,๓๑,๓๔,๔๑,๕๒,๑๒๑,๑๒๓
ข้อกฎหมายน่าสนใจ
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย (๑๒๑๗/๒๕๓๕)
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมี ๒ประเภท คือ          
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานซึ่งกฎหมายให้ถือว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และ
ข้อ ตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกิดจากการแจ้งขอเรียกร้องและมีการเจรจากันต่อ มาตามขั้นตอนของกฎหมายจนนายจ้างและลูกจ้างตกลงกันได้และทำข้อตกลงไว้
ข้อ ตกลงระหว่างนายจ้างกับสหภาพแรงงานในเรื่องที่นายจ้างอนุญาตให้สหภาพแรงงาน ได้มีที่ทำการของสหภาพแรงงาน มิใช่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๕๐๓/๒๕๔๕)
๓.     การ แก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต้องกระทำตามขั้นตอนของกฎหมายโดย นายจ้างหรือลูกจ้างต้องแจ้งข้อเรียกร้องต่ออีกฝ่ายหนึ่ง และมีการเจรจาตกลงกันระหว่างผู้แทนในการเจรจาฝ่ายนายจ้างกับผู้แทนในการ เจรจาฝ่ายลูกจ้าง
              นายจ้างแจ้งข้อเรียกร้องต่อลูกจ้าง   โดยปิดประกาศข้อเรียกร้อง   และส่งสำเนาประกาศให้หัวหน้าแผนกทราบ  เพื่อชี้แจ้งแก่ลูกจ้างในแผนกก็เป็นกรณีที่เพียงพอแล้ว
 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๗๓๙/๒๕๒๕)
๔.     นายจ้างไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งใด ที่ทำให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ลดน้อยลง  (หรือไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง) โดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (แต่ละคน) หรือโดยมิได้แจ้งข้อเรียกร้องและเจรจาตกลงกับผู้แทนลูกจ้างตามขั้นตอนของกฎหมายก่อน
                การ เชิญพนักงานทุกคนเข้าฟังคำชี้แจงข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ได้ประกาศใช้ ใหม่ และไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน ไม่ถือว่าลูกจ้างยินยินด้วย ไม่มีผลใช้บังคับ เพราะไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง
(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๔๙๘/๒๕๒๙)
                หนังสือ แจ้งลดค่าจ้าง ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างไม่ยินยอมด้วย หนังสือแจ้งลดค่าจ้างจึงไม่มีผล (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๑๒๙/๒๕๔๙)
๕.     นาย จ้างเลิกจ้างหรือโยกย้ายหน้าที่การงานของลูกจ้างระหว่างที่มีการแจ้งข้อ เรียกร้อง เจรจา ไกล่เกลี่ย หรือชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานมิได้ ยกเว้นลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนด
                ข้อ เรียกร้องที่สหภาพแรงงานซึ่งมีสมาชิกเป็นลูกจ้างไม่ถึงหนึ่งในห้าของลูกจ้าง ทั้งหมด เป็นข้อเรียกร้องไม่สมบรูณ์ ไม่ถือว่าลูกจ้างที่เป็นสมาชิกเป็นลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง
 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๘๙/๒๕๒๕ )
                การเลื่อนตำแหน่งมิใช่การโยกย้ายสับเปลี่ยนหน้าที่การงาน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๓๙๒/๒๕๒๖)
                การ โยกย้ายหน้าที่ลูกจ้างเพื่อป้องกันเหตุร้ายแงและการโยกย้ายหน้าที่ลูกจ้าง ตามวาระโดยสุจริต โดยมิได้กลั่นแกล้ง ถือว่าเป็นการย้ายโดยมีเหตุจำเป็นและสมควร ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๑๓๗-๘๑๓๘/๒๕๔๓)
                ๖.      ห้ามนายจ้างเลิกจ้างหรือลงโทษกรรมการลูกจ้าง  เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน
                แม้อยู่ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับอยู่  เมื่อกรรมการลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรง  นายจ้างก็มีสิทธิโดยชอบที่จะยื่นคำร้องของเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๒๔๑/๒๕๔๓)
                นายจ้างลงโทษทางวินัยแก่ลูกจ้างที่มิได้เป็นกรรมการลูกจ้างได้  ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้นายจ้างต้องรับอนุญาตจากศาลแรงงานก่อน(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๘๔๕-๒๘๔๗/๒๕๔๖)
                นายจ้างทราบมูลเหตุการกระทำผิดของกรรมการลูกจ้างมาเป็นเวลา ๓ ปี ถือว่านายจ้างไม่ติดใจที่จะลงโทษเกี่ยวกับการกระทำของกรรมการลูกจ้าง  ไม่อาจอ้างการกระทำมาเป็นเหตุขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๒๔๕/๒๕๔๗ )
๗.      ห้ามนายจ้างเลิกจ้างหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้ลูกจ้าไม่สามารถทนทำงานอยู่ต่อไปได้  เพราะเหตุที่ลูกจ้างทำคำร้อง  ยื่นข้อเรียกร้อง  เจรจาหรือดำเนินการฟ้องร้อง  หรือเพราะเหตุที่ลูกจ้างเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน
                การ สั่งให้ลูกจ้างบางส่วนที่เคยทำงานประเภท ๒ กะ (ทำงานเวลาทำงานปกติ ๘ ชั่วโมง และทำงานล่วงเวลา ๒ ชั่วโมง) ให้ทำงานประเภท ๓ กะ (ทำงานเวลาทำงานปกติ ๘ ชั่วโมง) ไม่มีการทำงานล่วงเวลา เป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อบีบคั้นลูกจ้างดังกล่าวให้ไม่สามารถทำงานอยู่ต่อไป ได้เพราะเหตุยื่นข้อเรียกร้อง ถือว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๙๙๓/๒๕๔๖)
 ๘.      ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง  เว้นแต่ลูกจ้างกกระทำผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนด
                การ เลิกจ้างลูกจ้างในระหว่างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ ด้วยสาเหตุที่นายจ้างขาดทุน จำเป็นต้องเลิกจ้างลูกจ้างทั้งแผนก (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๖๒ ? ๑๖๓๖/๒๕๒๓)  ด้วยเหตุที่ลูกจ้างไม่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่จะบรรจุเข้าทำงานได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๒๘๔๔/๒๕๔๖) ด้วยเหตุที่ลูกจ้างเป็นผู้หย่อนสมรรถภาพในการทำงาน  (คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๗๘๔๑/๒๕๔๗)  ด้วยเหตุขาดทุนต่อเนื่อง  ต้องลดขนาดองค์กร และได้ปรับย้ายลูกจ้างแล้ว ลูกจ้างไม่ยอมไป (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๖๒/๒๕๔๘)  มิใช่การกระทำอันไม่เป็นธรรม

1 ความคิดเห็น:

  1. นิตยาภรณ์ วรรณอนันต์22 สิงหาคม 2553 19:15

    ในบทความนี้ มีความหน้าสนใน เพราะเป็นเรื่องที่ ลูกจ้างและนายจ้างต้อง

    ทราบ เกียวกับการเลิกจ้างในกรณีต่างๆ ที่ลูกจ้างและนายจ้างต้องจำใน

    มาตราที่ ๑๑๙ ซึ่งมีอยู่ 6 ข้อที่มีความสำคัญ และยังมีการเลิกจ้างที่ไม่

    เป็นธรรม โดยเหตุต่างๆ จึงมีความสำคัญต่อทุกฝ่าย

    น.ส.นิตยาภรณ์ วรรณอนันต์ รหัส 015

    ตอบลบ