กฎหมายแรงงาน1 (สรุปข้อกฎหมายบางบท)

ส่วนที่จะให้แสดง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
มาตราที่ต้องศึกษา
มาตรา ๕ (ลูกจ้าง นายจ้าง ค่าจ้าง) , ๙ , ๑๐ , ๑๕ , ๑๖ , ๑๗ , ๓๐ , ๔๓ , ๖๑ , ๖๔ , ๖๗ ,
๗๐ , ๗๖ , ๑๑๘ , ๑๑๙ , ๑๒๓ , ๑๒๕
http://4.bp.blogspot.com/_5MwaaS2L6UA/SxTyYm0b-4I/AAAAAAAANKk/8JU6ZnFbEzM/s1600/law-school.jpgข้อกฎหมายน่าสนใจ
๑. กฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
(คำพิพากษาฎีกาที่ประชุมใหญ่ ๒๘๓/๒๕๑๖, ๕๖๙/๒๕๔๗)
๒. สัญญา จ้างแรงงานซึ่งลูกจ้างทำกับนายจ้างไว้ก่อนหรือขณะเป็นลูกจ้างที่ข้อความ ผิดแผกแตกต่างจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ตกเป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ (คำพิพากษา ศาลฎีกาที่ ๕๖๙/๒๕๔๗)
. สัญญา จ้างแรงงานหรือข้อตกลงที่ลูกจ้างทำกับนายจ้างเมื่อลูกจ้างแสดงความประสงค์จะ ลาออกจากการเป็นลูกจ้างแล้ว หรือนายจ้างได้เลิกจ้างแล้ว ลูกจ้างย่อมมีอิสระที่จะตัดสินใจได้โดยไม่อยู่ในภาวะที่จะเกรงกลัวนายจ้าง แต่อย่างใด ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย มีผลผูกพัน ใช้บังคับได้ (คำพิพากษา ศาลฎีกาที่ ๑๓๕๘/๒๕๓๑, ๓๑๒๑/๒๕๔๓, ๓๖๗/๒๕๔๗, ๕๒๖๗/๒๕๔๘)
๔. ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานส่วนที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ตกเป็นโมฆะ (คำพิพากษา ศาลฎีกาที่ ๖๐๑๑-๖๐๑๗/๒๕๔๕)
๕. ลูกจ้าง ที่จะได้รับการคุ้มครอง คือ ผู้ซึ่งตกลงการทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้างโดยอยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชาของนายจ้าง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๙๗๐/๒๕๔๘)
๖. นายจ้างตามกฎหมาย ได้แก่ ผู้ตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ (ซึ่งอาจเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาก็ได้)ผู้ มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล ผู้ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง เช่น สามีกรรมการบริษัท (คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๕๙/๒๕๓๖), ผู้จัดการฝ่ายธุรการและบุคคล (คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๖๘/๒๕๓๗) เป็นต้น
๗. การคำนวณค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุดค่าชดเชยและค่าชดเชยพิเศษ จักต้องนำ ค่าจ้าง มาเป็นฐาน

ส่วนที่เหลือ


ค่าจ้าง หมายถึง เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานฯ
เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง (ไม่ว่าเรียกชื่ออย่างไร เช่น เงินเดือน ค่าครองชีพ ค่าตำแหน่ง ค่าตอบแทนการขาย เป็นต้น) หากจ่ายให้ เพื่อตอบแทนการทำงานมิใช่ ค่าจ้าง
ส่วนเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง (ไม่ว่าเรียกชื่ออย่างไร เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ เบี้ยขยัน เป็นต้น) หาก จ่ายให้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างเพื่อเป็นค่าเช่าที่ลูกจ้างนำทรัพย์สินมาใช้ในการทำ งาน เพื่อจูงใจให้ลูกจ้างทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น หรือวัตถุประสงค์อื่น มิใช่เพื่อตอบแทนการทำงาน มิใช่ “ค่าจ้าง”
๘. นายจ้างต้องจ่ายค่าตอบแทนในการทำงาน (ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด) แก่ลูกจ้างให้ถูกต้อง (ครบถ้วน) และตามกำหนดเวลา (ที่นายจ้างกำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือที่ได้ตกลงไว้กับลูกจ้าง)
ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานให้แก่ลูกจ้างภายใน ๓ วัน
๙. นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานจากลูกจ้างได้เฉพาะลูกจ้างที่ทำงานที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง และ ต้องคืนหลักประกันการทำงานที่เป็นเงินให้แก่ลูกจ้างภายใน ๗ วันนับแต่วันที่นายจ้างเลิกจ้างหรือวันที่ลูกจ้างลาออกหรือวันที่ประกัน สัญญาสิ้นสุดอายุ
๑๐. นายจ้างไม่จ่ายค่าตอบแทนในการทำงานหรือไม่คืนหลักประกันการทำงานที่เป็นเงินค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ ต้องเสียดอกเบี้ย ๑๕% ต่อปี หากจงใจไม่คืนหรือไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่ม ๑๕% ทุกระยะเวลา ๗ วัน
๑๑. นายจ้างต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างชายและหญิงโดยเท่าเทียมกันในเวลาทำงาน
การกำหนดเกษียณอายุของลูกจ้างหญิงแตกต่างจากลูกจ้างชายเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๐๑๑ - ๖๐๑๗/๒๕๔๕) แต่การกำหนดเกษียณอายุแตกต่างกันตามตำแหน่งงานมิใช่การฝ่าฝืนกฎหมาย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๖๒/๒๕๔๘)
๑๒. ห้ามนายจ้าง ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้างาน ผู้ควบคุม หรือผู้ตรวจงาน กระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง
๑๓. นายจ้างต้องกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้างได้หยุดปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๖ วันทำงาน
นาย จ้างที่มิได้จัดให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปีให้ครบตามที่กฎหมายกำหนดต้อง จ่ายค่าทำงานในวันหยุดเสมือนว่านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด
นายจ้างที่เลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามมาตรา ๑๑๙ ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิในปีที่เลิกจ้าง
นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมให้แก่ลูกจ้างทั้งกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างและกรณีที่ลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง
๑๔. ห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงเพราะมีเหตุครรภ์
ข้อตกลงตามสัญญาจ้างที่ระบุว่าภายในกำหนด ๒ ปี หากพนักงานตั้งครรภ์ให้ถือว่าพนักงานได้บอกเลิกสัญญาจ้าง ขัดต่อกฎหมาย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๓๙๔/๒๕๔๙)
๑๕. ในกรณีที่นายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว ให้นายจ้างจ่ายเงินไม่น้อยกว่า ๗๕% ของค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่นายจ้างไม่ได้ให้ลูกจ้างทำงาน
นายจ้างมีคำสั่งซื้อลดลงมาก กระทบต่อสถานะทางการเงินและความคงอยู่ของกิจการและจ่ายค่าจ้างร้อยละ ๕๐ ได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๙๖๖ – ๒๔๐๖/๒๕๔๖) หากการหยุดกิจการชั่วคราวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการบริหารจัดการของนายจ้างที่ขาดการวางแผนที่ดี มิใช่เหตุจำเป็น
ต้องหยุดกิจการ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันที่สั่งหยุดงานเต็มจำนวน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๓๕๖/๒๕๔๘)
๑๖. ห้ามนายจ้างหักค่าตอบแทนในการทำงาน เว้นแต่เป็นการหักเพื่อชำระเงินต่าง ๆ ตามที่บัญญัติในมาตรา ๗๖ (๑) ถึง (๕)
นาย จ้างและลูกจ้างตกลงกันเมื่อพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างแล้ว โดยตกลงให้นายจ้างนำค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีซึ่งเป็นเงินที่นาย จ้าง จ่ายให้ลูกจ้างเนื่องจากเลิกจ้างมาชำระเงินกู้สวัสดิการของลูกจ้างตามข้อ ตกลง ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย ใช้บังคับได้ ( คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๗๗๙/๒๕๔๑)
๑๗. นาย จ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าให้อีก ฝ่ายหนึ่งทราบโดยบอกกล่าวเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งเพื่อให้มีผล เลิกสัญญา เมื่อกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้า
หาก นายจ้างไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าการเลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบโดยถูกต้องตามระยะ เวลาที่กำหนด ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกล่วงหน้าแก่ลูกจ้างนั้น
สัญญาจ้างแรงงานที่ระบุว่า ในระยะเวลาทดลองงานนายจ้างมีสิทธิบอกเลิกจ้างเมื่อใดก็ได้ โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผลการเลิกจ้าง ขัดต่อกฎหมาย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๗๙๖/๒๕๔๖) เป็นสัญญาที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลา (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๖๑๗/๒๕๔๘) การเลิกจ้างลูกจ้างทดลองงานโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าจึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๓๖๔/๒๕๔๕)
๑๘. นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างตามอัตราที่กำหนด(เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๓๐ วัน ๙๐ วัน ๑๘๐ วัน ๒๔๐ วัน ๓๐๐ วัน) ตามระยะเวลาที่ลูกจ้างทำงานมา
เงินบำเหน็จที่มีลักษณะ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการจ่ายแตกต่างจากค่าชดเชย ถือว่าเป็นเงินประเภทอื่น มิใช่

6 ความคิดเห็น:

  1. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  2. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  3. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  4. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ30 สิงหาคม 2553 22:48

    บทสรุปกฎหมายแรงงานฉบับนี้เป็นกฎหมายคุ้มครองเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย เป็นกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างและนายจ้าง ว่าหากเกิดการคดโกงต่อกันหรือทุจริตต่อกับกฎหมายจะมีการคุ้มครองอย่างไรบ้าง

    บทความนี้มีเนื้อหา สาระ ความรู้มากมายที่ให้ลูกจ้างและนายจ้างทุกคนได้ศึกษามากมาย เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมาก


    นาย ฤทธิพร ปาลี รหัส 024

    Tee.nee.lamphun_the.ben@hotmail.com

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ30 สิงหาคม 2553 22:49

    บทสรุปกฎหมายแรงงานฉบับนี้เป็นกฎหมายคุ้มครองเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย เป็นกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างและนายจ้าง ว่าหากเกิดการคดโกงต่อกันหรือทุจริตต่อกับกฎหมายจะมีการคุ้มครองอย่างไรบ้าง

    บทความนี้มีเนื้อหา สาระ ความรู้มากมายที่ให้ลูกจ้างและนายจ้างทุกคนได้ศึกษามากมาย เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมาก


    นาย ฤทธิพร ปาลี รหัส 024

    tee.nee.lamphun_the.ben@hotmail.com

    ตอบลบ