ความระงับสิ้นไปแห่งการจำนำ

มาตรา ๗๖๙ บัญญัติว่า อันจำนำย่อมระงับสิ้นไป
(๑) เมื่อหนี้สินซึ่งจำนำเป็นประกันอยู่นั้นระงับสิ้นไปเพราะเหตุประการอื่นมิใช่เพราะอายุความ หรือ
(๒) เมื่อผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์สินจำนำกลับคืนไปสู่ครอบครองของผู้จำนำ

ตามมาตรา ๗๖๙ (๑) การจำนำเป็นเรื่องเอาทรัพย์ไปให้เจ้าหนี้ยืดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ ดังนั้น เมื่อหนี้ประธานระงับ จำนำซึ่งเป็นหนี้อุปกรณ์ก็ต้องระงับไปด้วย การระงับหนี้เป็นไปตามมาตรา ๓๑๔ ถึง ๓๓ เช่น มีการชำระหนี้ หรือเจ้าหนี้ปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้การปลดหนี้ในกรณีนี้หมายถึงเฉพาะปลดหนี้แก่ลูกหนี้มิใช่ปลดหนี้แก่ผู้จำนำ ถ้าปลดหนี้ให้แก่ผู้จำนำคือคืนทรัพย์สินที่จำนำให้แก่ผู้จำนำไป หนี้เดิมจะยังคงมีอยู่หนี้อาจจะระงับไปด้วยเหตุประการอื่นคือ มีการหักกลบลบหนี้ หรือมีการแปลงหนี้ใหม่หรือหนี้เกลื่อนกลืนกัน
ในกรณีที่มีการแปลงหนี้ใหม่ถ้าไม่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นจำนำซึ่งประกันหนี้เดิมย่อมระงับไป แต่ถ้าตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นก็ต้องเป็นไปตามข้อตกลงทั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติของมาตรา ๓๕๒
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๔๙/๒๕๑๖ การแปลงหนี้ใหม่ย่อมทำให้หนี้เดิมระงับสิ้นไปส่วนประกันหนี้เดิมอันเป็นอุปกรณ์ของหนี้เช่นจำนอง ถ้าในกรณีแปลงหนี้ใหม่มิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นประกันก็ย่อมระงับไปด้วย
มาตรา ๗๖๙ (๑) บัญญัติว่าจำนำระงับสิ้นเมื่อหนี้ซึ่งจำนำเป็นประกันอยู่นั้นระงับสิ้นไปเพราะเหตุอื่นมิใช่อายุความ ในกรณีหนี้ประธานขาดอายุความหนี้ยังไม่ระงับ กฎหมายจึงบัญญัติว่าจำนำไม่ระงับ ที่ว่าหนี้ขาดอายุความหนี้ไม่ระงับนี้เป็นไปตามบทบัญญัติของมาตรา ๑๙๓/๙ ซึ่งบัญญัติว่าสิทธิเรียกร้องใด ๆ ถ้าไม่ใช่บังคับในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเป็นอันขาดอายุความ ถ้ามีการชำระหนี้ที่ขาดอายุความไปแล้ว แม้จะเป็นการชำระไปโดยไม่รู้ว่าหนี้ขาดอายุความผู้ชำระหนี้เรียกคืนไม่ได้ตามมาตรา ๑๙๓/๒๘ ในเรื่องลาภมิควรได้ก็มีมาตรา ๔๐๘ (๒) บัญญัติว่าบุคคลผู้ชำระหนี้ที่ขาดอายุความแล้วไม่มีสิทธิได้รับคืน หนี้ที่ขาดอายุความกฎหมายมาตรา ๑๙๓/๑๐ ให้สิทธิแก่ลูกหนี้ที่จะปฏิเสธไม่ชำระหนี้โดยยกอายุความขึ้นต่อสู้ ถ้าลูกหนี้ไม่ได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้ ใบต่อสู้ในเรื่องอื่น กรณีนี้ศาลจะวินิจฉัยเฉพาะตามประเด็นที่ต่อสู้จะไม่ยกเรื่องอายุความขึ้นวินิจฉัยเพราะปัญหาว่าหนี้ขาดอายุความหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย อายุความในทางแพ่งจะแตกต่างกับอายุความในทางอาญา ในทางอาญาถ้าคดีขาดแม้จำเลยไม่ยกขึ้นต่อสู้ศาลก็จะยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ แต่อายุความในคดีแพ่งนั้นถ้าจำเลยไม่ยกขึ้นต่อสู้ ศาลยกขึ้นวินิจฉัยให้ไม่ได้ เมื่อฟังว่าเป็นหนี้แม้ว่าหนี้ขาดอายุความแล้วแต่ไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ ศาลก็จะพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้
ในกรณีที่หนี้ประธานขาดอายุความแล้วแม้ว่าลูกหนี้ขั้นต้นจะมีสิทธิปฏิเสธไม่ชำระหนี้ แต่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้รับจำนำก็มีสิทธิตามมาตรา ๑๙๓/๒๗ ที่จะบังคับจำนำเอแก่ทรัพย์สินที่จำนำได้ คือมีสิทธิเรียกต้นเงินและดอกเบี้ยจากทรัพย์สินที่จำนำได้ แต่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยค้างชำระได้ไม่เกิน ๕ ปี ถ้าขายทอดตลาดแล้วยังได้เงินไม่พอชำระหนี้ เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้รับจำนำไม่มีสิทธิที่จะไปยึดทรัพย์สินอื่นของผู้จำนำ
จำนำระงับสิ้นตามมาตรา ๗๖๙ (๒) เมื่อผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์สินจำนำกลับคืนไปสู่ครอบครองของผู้จำนำ หลักสำคัญของการจำนำก็คือจะต้องมีการส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๗๔๗ ที่บัญญัติว่า ส่งมอบสังหาริมทรัพย์สิ่งหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับจำนำ เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ ถ้าไม่มีการส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำก็ไม่เป็นการจำนำ ถ้ามีการส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำแล้วต่อมาเจ้าหนี้คือผู้รับจำนำตกลงคืนทรัพย์สินให้กลับคืนไปสู่ครอบครองของผู้จำนำ สัญญาจำนำจะระงับสิ้นมาตรา ๗๖๙ (๒) แต่หนี้ประธานที่ประกันอยู่นั้นยังไม่ระงับ
http://www.union.ic.ac.uk/scc/law/images/lawyer01.jpg

คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๙๐/๒๕๐๒ โจทก์ฟ้องคดีขอให้ลงโทษจำเลยตามปะมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๙ ฐานโกงเจ้าหนี้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยกู้เงินโจทก์โดยตกลงจะเอาโคมาจำนำ ๒ ตัว แต่หลังจากกู้เงินแล้วโจทก์ก็ยินยอมมอบโคกลับคืนสู่ครอบครองของจำเลย แม้จำเลยจะนำโคกลับมาให้โจทก์บ้างเป็นครั้งคราว แต่ผลที่สุดโจทก์ก็ยินยอมมอบโคคืนแก่จำเลย หวังจะให้จำเลยมีเครื่องมือทำมาหากินนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ดังนี้ถือว่าการกู้รายนี้ไม่มีการจำนำโคให้เป็นประกัน เมื่อจำเลยเอาโคให้เป็นประกัน เมื่อจำเลยเอาโคไปขายให้คนอื่นจึงไม่มีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒๗๘/๒๕๓๔ จำเลยกู้ธนาคารโจทก์แล้ว ทำสัญญาจำนำจักรเย็บผ้าไว้เป็นประกัน จำเลยมิได้มอบจักรเย็บผ้าให้ธนาคารโจทก์เก็บรักษา จำเลยยังคงใช้จักรเย็บผ้าในโรงงานของจำเลยตลอดมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อไม่มีการส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำให้โจทก์ ถือไม่ได้ว่ามีการจำนำตามมาตรา ๗๔๗ โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าหนี้มีประกัน
การที่ผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์สินที่จำนำกลับคืนสู่ครอบครองของผู้จำนำ ตามมาตรา ๗๖๙ (๒) นี้หมายความรวมถึงการกลับคืนโดยมีสัญญาระหว่างผู้จำนำและผู้รับจำนำด้วย เช่น ผู้รับจำนำทรัพย์สินไปฝากไว้กับผู้จำนำหรือให้ผู้จำนำเช้าทรัพย์สินจำนำ การกระทำดังกล่าวมีผลให้สัญญาจำนำระงับ
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๑๗/๒๕๓๔ ธนาคารโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและสัญญาจำนอง โจทก์ชนะคดีและนำยึดที่ดินที่จำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างและเครื่องจักร ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าจำเลยเป็นหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คโดยนำเครื่องจักรมาจำนำเป็นประกันหนี้ จำเลยได้ส่งมอบเครื่องจักรให้แก่ผู้ร้องแล้ว แต่ จำเลยเช่าเครื่องจักรดังกล่าวไปใช้งานต่อจึงขอให้กันส่วนเงินที่ได้จากการ ขายเครื่องจักรดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าสัญญาจำนำทำขึ้นโดยการฉ้อฉลโจทก์ ทั้งผู้ร้องยอมให้ทรัพย์สินที่จำนำกลับคืนสู่ครอบครองของจำเลยแล้ว สัญญาจำนำจึงไม่สมบูรณ์ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งยกคำร้อง ศาล อุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาว่าการที่ผู้ร้องยอมจำเลยครอบครองทรัพย์สินของ จำเลยที่จำนำมาจำนำไว้กับผู้ร้องโดยอาศัยสิทธิการเช่าไม่ทำให้การจำนำระงับ สิ้นไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นการยอมให้ทรัพย์สินจำนำกลับคืนไปสู่การครอบครองของผู้จำนำตามความหมายของบทบัญญัติมาตรา ๗๖๙ (๒) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สิทธิจำนำของผู้ร้องย่อมระงับสิ้นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่ใช่เจ้าหนี้ผู้รับจำนำที่จะร้องขอกันส่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ ได้
มาตรา ๗๖๙ (๒) ใช้คำว่า ยอมดังนั้นในกรณีที่ทรัพย์ที่จำนำกลับคืนสู่ครอบครองของผู้จำนำโดยผู้รับจำนำมิได้สมัครใจ เช่น ทรัพย์สินจำนำถูกคนร้ายลักไป ต่อมาตำรวจจับคนร้ายได้ และคืนทรัพย์นั้นแก่ผู้จำนำ โดยผู้รับจำนำไม่ยินยอม จำนำยังไมระงับ
นอกจากเหตุ ๒ ประการ ตามมาตรา ๗๖๙ (๑) และ (๒) แล้วยังมีเหตุประการที่ ๓ ที่จะให้จำนำระงับสิ้นไปคือ กรณีมีการบังคับจำนำ แม้กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ชัดแจ้งอย่างในเรื่องจำนองซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา ๗๔๔ (๕) และ (๖) ว่าเมื่อบังคับจำนองตามอนุมาตราดังกล่าวแล้วจำนองก็ระงับสิ้นไป แต่ ในเรื่องบังคับจำนำเมื่อมีการขายทอดตลาดทรัพย์สินจำนำผู้ซื้อทรัพย์จากการ ขายทอดตลาดก็ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ซื้อและการครอบครองของผู้รับจำนำ ก็เป็นอันสิ้นสุด ดังนี้จำนำระงับสิ้นไปด้วย

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2553 00:34

    เป็นบทความที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยในเรื่องนี่สามารถนำไปใช้ได้เพราะมีข้อกฏหมายและคำพิพากษาแสดงตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจน




    ศิรินภา วงค์โสมะ สชส2/1-2 029

    ตอบลบ