ยกเลิกสัญญาทาส ยุติเหมาค่าแรง









สวัสดีครับ



วันนี้มีข่าวเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานมาแจ้งให้ทราบซึ่งถือ
เป็นอีกก้าว
ในพัฒนาการของกฎหมายแรงงานซึ่งอยาก
ให้นักศึกษาและผู้ที่สนใจได้ติดตาม
และพิจารณาว่ากฎหมาย
แรงงาน
ของไทยได้ก้าวทันช่องว่างของการเอารัดเอาเปรียบ
ลูกจ้างมาก
น้อยเพียงใด และมีส่วนใดบ้างที่ควรจะนำมา
พิจารณาอีก เชิญแสดงความคิดเห็น
ได้ที่กระดานสนทนานะครับ





แถลงการณ์ - แก้ไขกฎหมายแรงงาน ยกเลิกการจ้างเหมาค่าแรง ‘ยกเลิกสัญญาทาส ยุติเหมาค่าแรง หยุดความยากจน’

รัฐบาลได้ประกาศนโยบายขจัดความยากจนให้หมดไป แต่กลับปรากฏว่าการปฏิบัติไม่เป็นไปตามประกาศ ประเด็นการจ้างเหมาค่าแรง แทนที่นายจ้างจะมีการจ้างงานโดยทำสัญญาจ้างโดยตรง กลับมีการจ้างงานผ่านบริษัทรับเหมาค่าแรง ให้บริษัทเหล่านี้นำลูกจ้างเข้ามาทำงานร่วมกับลูกจ้างของสถานประกอบกิจการที่มีอยู่แล้ว ทำให้ลูกจ้างสองประเภท คือลูกจ้างโดยตรงของสถานประกอบกิจการ และลูกจ้างของบริษัทรับเหมาค่าแรง โดยที่ลูกจ้างที่อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทรับเหมาค่าแรงนั้นจะได้รับเพียงค่าจ้าง ไม่มีสวัสดิการ รวมทั้งไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง และข้อตกลงสภาพการจ้าง มีสภาพการจ้างเหลายสภาพการจ้าง และรวมทั้งไม่สามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานได้ สถานประกอบกิจการสามารถส่งตัวคืนบริษัทรับเหมาค่าแรงได้ตามความพอใจ ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาจ้าง ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนงานรับเหมาค่าแรงนั้นทุกข์ยากเดือดร้อนแสนสาหัส ขาดสิทธิเสรีภาพ การจ้างเหมาค่าแรงกำลังระบาดและแพร่ขยายอย่างรวดเร็วในขณะนี้

การจ้างงานดังกล่าวเป็นการขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและยังขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 เกี่ยวกับบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน เนื่องจากลูกจ้างรับเหมาค่าแรงได้รับประโยชน์ต่ำกว่าลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ ทั้งที่ทำงานในตำแหน่งเดียวกัน หรือทำงานเหมือนกัน มาตรา 83 รัฐต้องดำเนินการให้มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม เนื่องจากการจ้างงานเหมาค่าแรงเป็นการกินหัวคิวค่าจ้าง เป็นธุรกิจนายหน้าแสวงหาประโยชน์จากค่าจ้างแรงงาน ทำให้ไม่มีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม มาตรา 86 รัฐต้องส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ คุ้มครองแรงงานโดยเฉพาะแรงงานเด็กและแรงงานหญิง จัดระบบแรงงานสัมพันธ์ การประกันสังคม รวมทั้งค่าตอบแทนแรงงานให้เป็นธรรม เนื่องจากการจ้างงานเหมาค่าแรงนั้นทำให้นายจ้างโดยตรงที่แท้จริงปฏิเสธความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน

นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2548 ว่า การจ้างงานโดยนำคนงานรับเหมาค่าแรงมาทำงานในกระบวนการผลิตนั้นเป็นการจ้างงานแบบซิกแซกต้องยกเลิก แต่จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ในการแก้ไขกฎหมายแรงงานเพื่อยกเลิกการจ้างงานเหมาค่าแรงให้หมดไป ในขณะที่กระทรวงแรงงานได้ยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานในมาตรา 12/1 โดยระบุแต่เพียงให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างรับเหมาค่าแรงโดยเท่าเทียมกันในการจ้างงาน ซึ่งการแก้ไขถ้อยคำดังกล่าวเป็นการหมกเม็ด และยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการจ้างงานเหมาค่าแรงให้หมดไปได้

ขบวนการแรงงานจึงขอเรียกร้องให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามคำปราศรัยของพณฯ ท่านนายก รัฐมนตรี โดยการยุติการจ้างงานเหมาค่าแรง และดำเนินการให้ลูกจ้างทุกคนในสถานประกอบกิจการ ‘เท่าเทียมกันในการจ้างงาน ระเบียบข้อบังคับในการทำงาน สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ สภาพการจ้าง ข้อตกลงสภาพการจ่าง ในลักษณะหนึ่งสถานประกอบกิจการ หนึ่งกระบวนการผลิต หนึ่งสภาพการจ้าง’

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น